กู้ซื้อบ้านหรือคอนโดไม่ผ่าน เงินจองและเงินดาวน์คืนได้ไหม
แยกกรณีคอนโดโครงการ บ้านจัดสรร และมือสอง พร้อมวิธีตรวจสัญญา ประเภทเงิน และหลักฐานก่อนขอคืนเงินเมื่อสินเชื่อไม่ผ่าน

สรุปสั้น
คำว่า “กู้ไม่ผ่าน” อย่างเดียวตอบไม่ได้ว่าจะได้เงินคืนหรือไม่ ต้องแยกก่อนว่าเป็นการจองคอนโดกับผู้ประกอบธุรกิจ บ้านจัดสรร หรือทรัพย์มือสอง ลงชื่อเอกสารฉบับใด จ่ายเงินในชื่ออะไร และมีเงื่อนไขสินเชื่อเขียนไว้อย่างไร จากนั้นจึงเทียบกับหลักฐานการยื่นกู้และกติกาที่ใช้กับสัญญานั้น อย่าเชื่อคำรับรองปากเปล่าหรือคำตอบสั้นจากอินเทอร์เน็ตแทนเอกสารจริง
คำตอบสั้น: ยังสรุปไม่ได้จากคำว่า “กู้ไม่ผ่าน”
สิทธิขอคืนเงินขึ้นกับข้อเท็จจริงหลายชุดพร้อมกัน ได้แก่ ผู้ขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์รายบุคคล ทรัพย์เป็นห้องชุด บ้านจัดสรร หรือทรัพย์มือสอง เอกสารอยู่ในขั้นจองหรือสัญญาจะซื้อจะขาย เงินแต่ละก้อนถูกระบุว่าอะไร และผู้ซื้อทำตามเงื่อนไขยื่นสินเชื่อที่เขียนไว้ครบหรือไม่
จึงไม่ควรใช้ประโยคว่า “กู้ไม่ผ่านได้เงินคืนทุกกรณี” หรือ “กู้ไม่ผ่านถูกริบทุกกรณี” กับทุกธุรกรรม บทความนี้ช่วยจัดเอกสารและคำถามก่อนติดต่อคู่สัญญา สคบ. หรือผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย ไม่ใช่คำวินิจฉัยสิทธิสำหรับสัญญาเฉพาะราย
เริ่มจากแยก 4 เรื่องก่อนอ่านเงื่อนไขคืนเงิน
หนึ่ง ระบุคู่สัญญาและผู้รับเงินจริงว่าเป็นบริษัทโครงการ เจ้าของทรัพย์ หรือตัวแทนที่มีอำนาจ สอง ระบุประเภททรัพย์และวันที่ทำเอกสาร สาม แยกชื่อเอกสารทุกฉบับ เช่น ใบจอง สัญญาจอง สัญญาจะซื้อจะขาย และใบรับเงิน สี่ ทำตารางเงินทีละก้อนตามถ้อยคำในเอกสาร ไม่เปลี่ยนชื่อเรียกเองภายหลัง
ตัวอย่างเช่น เงินที่ฝ่ายขายเรียกด้วยวาจาว่า “มัดจำ” อาจถูกพิมพ์ในใบรับเงินว่าเงินจอง ส่วนยอดรายเดือนอาจถูกระบุว่าเงินดาวน์หรือเงินตามสัญญา ความหมายและผลทางกฎหมายต้องดูจากข้อความทั้งหมดและข้อเท็จจริง ไม่ใช่ชื่อช่องเดียวในเอกสาร
ทำไมข้อมูลจากหน่วยงานเดียวกันยังต้องอ่านตามขอบเขต
หน้า FAQ ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้าถึงเมื่อ 20 ตุลาคม 2569 ระบุแบบกว้างว่า เมื่อกู้ไม่ผ่าน ผู้ประกอบการมีสิทธิริบเงินจองและเงินทำสัญญา แต่เงินส่วนอื่น เช่น เงินดาวน์และเงินค่าตกแต่ง ต้องคืนให้ผู้ซื้อ อย่างไรก็ดี หน้า FAQ ดังกล่าวไม่แสดงวันที่อัปเดตหรือรายละเอียดที่ช่วยแยกว่าคำตอบครอบคลุมคู่สัญญา เอกสาร และกฎหมายฉบับใดบ้าง
อีกด้านหนึ่ง ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการขายห้องชุดที่มีการจองเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 31 มกราคม 2568 กำหนดขอบเขตเฉพาะการจองซื้อห้องชุดกับผู้ประกอบธุรกิจ แยกเงินจองออกจากเงินดาวน์ และกำหนดแบบสัญญาจองกับข้อสัญญาที่ห้ามใช้ สคบ. ยังเผยแพร่ข่าวการตรวจสัญญาจองห้องชุดตามประกาศนี้เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2569 จึงต้องตรวจวันที่ ประเภทการขาย และเอกสารจริงก่อนนำคำตอบทั่วไปมาใช้
กรณีคอนโดโครงการ ให้ตรวจว่าสัญญาจองอยู่ในประกาศปี 2567 หรือไม่
ประกาศปี 2567 นิยามธุรกิจการขายห้องชุดที่มีการจองไว้เฉพาะการทำสัญญาจองซื้อห้องชุดระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเงินจองตามประกาศเป็นเงินเพื่อประกันว่าจะมาทำสัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาซื้อขายต่อไป และไม่ใช่เงินดาวน์
ถ้าเอกสารและคู่สัญญาอยู่ในขอบเขตนี้ ให้ขอสัญญาจองฉบับที่ลงนามและใบรับเงินมาเทียบกับแบบสัญญาตามประกาศ แต่ไม่ควรสรุปต่อเองว่าคำว่า “สินเชื่อไม่ผ่าน” ทำให้ได้เงินทุกก้อนคืนอัตโนมัติ เพราะยังต้องตรวจเหตุ เงื่อนไขที่ผู้ซื้อต้องทำ กำหนดเวลา และเอกสารขั้นต่อมาที่ลงชื่อไปแล้ว
บ้านจัดสรรและทรัพย์มือสอง อย่านำกติกาสัญญาจองห้องชุดมาใช้ทันที
ประกาศควบคุมสัญญาจองห้องชุด พ.ศ. 2567 มีชื่อและนิยามเฉพาะ ไม่ใช่หลักฐานว่าการจองบ้านจัดสรร บ้านมือสอง หรือคอนโดมือสองจากเจ้าของรายบุคคลอยู่ใต้กติกาเดียวกันทุกข้อ สำหรับกรณีเหล่านี้ต้องกลับไปดูคู่สัญญา เอกสารที่ลงชื่อ เงื่อนไขสินเชื่อ เหตุยกเลิก และกฎหมายที่ใช้กับธุรกรรมนั้น
ถ้ามีนายหน้าหรือตัวแทนรับเงิน ให้ตรวจหลักฐานอำนาจ ผู้รับเงินตัวจริง และปลายทางของเงินด้วย อย่าใช้เพียงโลโก้โครงการ ชื่อเพจ หรือคำว่า “ตัวแทน” เป็นหลักฐานว่าบุคคลนั้นมีอำนาจตกลงคืนเงินหรือแก้สัญญาแทนผู้ขาย
ทำแฟ้มหลักฐานสินเชื่อและการจ่ายเงินก่อนขอคืน
รวมโฆษณาหรือข้อความก่อนจ่าย ใบจอง สัญญาทุกฉบับ เอกสารแนบ ใบรับเงิน หลักฐานโอน บทสนทนาที่พูดถึงสินเชื่อ และเงื่อนไขคืนเงินไว้ในแฟ้มเดียว จากนั้นทำเส้นเวลาว่าจ่ายวันใด ยื่นกู้วันใด ส่งเอกสารครบเมื่อใด และได้รับผลจากธนาคารเมื่อใด
ขอหลักฐานผลสินเชื่อจากธนาคารในรูปแบบที่ตรวจย้อนหลังได้เท่าที่ธนาคารออกให้ และเก็บหลักฐานว่าคุณทำตามเงื่อนไขในสัญญาแล้ว เช่น ยื่นภายในกำหนด ยื่นตามจำนวนธนาคารที่ระบุ หรือส่งเอกสารเพิ่มเติมตามที่ร้องขอ อย่าสร้างหรือแก้ไขหนังสือธนาคาร และอย่าใช้ข้อความจากฝ่ายขายแทนผลจากผู้ให้กู้
หนังสือขอคืนเงินควรแยกยอด เหตุ และเอกสารอ้างอิง
เขียนถึงคู่สัญญาหรือผู้รับเงินตามชื่อในเอกสาร ระบุทรัพย์ เลขที่เอกสาร วันที่ และยอดแต่ละก้อนแยกกัน อธิบายผลสินเชื่อกับเงื่อนไขที่อ้าง ขอให้ตอบว่าจะคืนยอดใด ไม่คืนยอดใด ด้วยเหตุและข้อสัญญาข้อไหน พร้อมกำหนดช่องทางตอบที่ตรวจย้อนหลังได้
อย่าเขียนเพียงว่า “ขอเงินทั้งหมดคืนเพราะกู้ไม่ผ่าน” ถ้าแฟ้มมีเงินหลายประเภท เพราะอีกฝ่ายอาจตอบรวมจนตรวจเหตุไม่ได้ และอย่าเซ็นเอกสารยุติข้อเรียกร้องหรือรับเงินบางส่วนโดยไม่อ่านผลของข้อความนั้น เมื่อจำนวนเงินหรือสิทธิมีสาระสำคัญ ให้ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายตรวจเอกสารก่อนลงชื่อ
ถ้าคำตอบไม่ชัดหรือไม่ตรงเอกสาร ให้ขอคำปรึกษาและร้องทุกข์ด้วยแฟ้มเดียวกัน
หากผู้รับเงินไม่ตอบ อ้างเงื่อนไขที่ไม่มีในเอกสาร หรือคำตอบขัดกับสัญญา ให้ส่งหนังสือติดตามและเก็บหลักฐานการส่ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีระบบร้องทุกข์ออนไลน์และสายด่วน 1166 ตามหน้าติดต่อของ OCPB Connect ที่ตรวจเมื่อ 20 ตุลาคม 2569
การร้องทุกข์ไม่รับประกันว่าจะได้เงินคืนและไม่หยุดกำหนดเวลาทางกฎหมายโดยอัตโนมัติ บทความนี้ยืนยันไม่ได้ว่ากรณีใดต้องดำเนินการภายในกี่วัน ให้ขอคำปรึกษาโดยเร็วเมื่อมีเส้นตายตามสัญญา หนังสือทวงถาม นัดโอน หรือจำนวนเงินที่เสียหายมีนัยสำคัญ
ก่อนวางเงินครั้งต่อไป ให้เขียนเงื่อนไขสินเชื่อให้ตรวจได้
ก่อนจ่าย ขอให้เอกสารระบุว่าต้องยื่นกู้เมื่อใด กับกี่แห่ง ต้องส่งหลักฐานอะไร ผลแบบใดถือว่าไม่อนุมัติ ใครเป็นผู้พิจารณาคืนเงิน คืนเงินประเภทใด ภายในเงื่อนไขใด และถ้ามีค่าใช้จ่ายที่จะหักต้องอ้างรายการใด อย่าใช้ประโยคว่า “ถ้ากู้ไม่ผ่านเดี๋ยวคืนให้” โดยไม่มีรายละเอียดและลายมือชื่อผู้มีอำนาจ
แยกการประเมินกำลังซื้อออกจากสิทธิคืนเงิน การประเมินสินเชื่อเบื้องต้นไม่ใช่การอนุมัติขั้นสุดท้าย และการมีเงื่อนไขคืนเงินก็ไม่ทำให้สินเชื่อผ่าน ก่อนจองจึงต้องตรวจทั้งงบที่รับได้ เอกสารผู้กู้ ทรัพย์ที่จะซื้อ และข้อความในสัญญาควบคู่กัน
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ
- ระบุผู้ขาย คู่สัญญา ผู้รับเงิน และหลักฐานอำนาจของตัวแทน
- แยกว่าทรัพย์เป็นคอนโดโครงการ บ้านจัดสรร หรือทรัพย์มือสอง
- เรียงใบจอง สัญญาจอง สัญญาจะซื้อจะขาย และเอกสารแนบตามวันที่
- ทำตารางเงินจอง เงินทำสัญญา เงินดาวน์ ค่าตกแต่ง และยอดอื่นตามชื่อในเอกสาร
- อ่านเงื่อนไขยื่นสินเชื่อ เหตุยกเลิก การริบ และการคืนเงินทุกฉบับ
- เก็บหลักฐานการยื่นกู้ การส่งเอกสาร และผลจากธนาคารที่ตรวจย้อนหลังได้
- ทำเส้นเวลาการจ่ายเงิน การยื่นกู้ การแจ้งผล และกำหนดนัดโอน
- ขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรแยกทีละยอดพร้อมเหตุและข้อสัญญาที่อ้าง
- อย่าลงชื่อยุติข้อเรียกร้องหรือรับเงื่อนไขใหม่โดยไม่อ่านผลของข้อความ
- ขอคำปรึกษาจาก สคบ. หรือผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเมื่อขอบเขตหรือสิทธิยังไม่ชัด
คำถามที่พบบ่อย
ธนาคารออกผลไม่อนุมัติแล้ว โครงการต้องคืนเงินทั้งหมดใช่ไหม
ยืนยันแบบเหมารวมไม่ได้ ต้องตรวจประเภททรัพย์ คู่สัญญา วันที่ เอกสาร และชื่อของเงินแต่ละก้อน ผลจากธนาคารเป็นหลักฐานสำคัญ แต่ไม่แทนการอ่านเงื่อนไขในสัญญาและกติกาที่ใช้กับธุรกรรมนั้น
สัญญาเขียนว่าไม่คืนเงินทุกกรณี แปลว่าขอคืนไม่ได้แน่นอนหรือไม่
ยังสรุปไม่ได้ว่าข้อความนั้นใช้บังคับได้ทั้งหมด ต้องดูว่าสัญญาอยู่ใต้กฎหมายควบคุมสัญญาใด ข้อความขัดกับข้อห้ามหรือไม่ และข้อเท็จจริงเกิดจากฝ่ายใด อย่าลบหลักฐานหรือเซ็นยอมรับเพิ่ม ให้ขอ สคบ. หรือผู้เชี่ยวชาญกฎหมายตรวจ
มีเพียงข้อความแชตว่ากู้ไม่ผ่านจะคืนเงิน ใช้ได้ไหม
ควรเก็บไว้ แต่ไม่ควรถือว่าเพียงพอ ให้ตรวจว่าใครเป็นผู้ส่ง มีอำนาจแทนคู่สัญญาหรือไม่ ข้อความอ้างถึงทรัพย์และยอดใด และขัดกับเอกสารที่ลงชื่อหรือไม่ ขอให้ยืนยันเงื่อนไขในเอกสารที่คู่สัญญาลงนาม
ควรร้องเรียนที่ไหนถ้าอีกฝ่ายไม่คืนเงิน
หน้าติดต่อ OCPB Connect ระบุระบบร้องทุกข์ออนไลน์ของ สคบ. และสายด่วน 1166 ให้เตรียมสัญญา ใบรับเงิน ผลสินเชื่อ เส้นเวลา หนังสือขอคืน และคำตอบของอีกฝ่าย การยื่นเรื่องไม่รับประกันผลของข้อพิพาท
แหล่งข้อมูลที่ใช้
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค: คำถามที่ถามบ่อยเรื่องจองบ้านหรือคอนโดแต่กู้ไม่ผ่าน — ตรวจเมื่อ 20 ตุลาคม 2569
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค: ประกาศให้ธุรกิจการขายห้องชุดที่มีการจองเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2567
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค: ตรวจสัญญาจองห้องชุดตามประกาศควบคุมสัญญา เผยแพร่ 3 กุมภาพันธ์ 2569
- OCPB Connect: ช่องทางติดต่อ สายด่วน 1166 และระบบร้องทุกข์ออนไลน์ — ตรวจเมื่อ 20 ตุลาคม 2569
- สภาองค์กรของผู้บริโภค: ข้อมูลเรื่องสินเชื่อคอนโดไม่ผ่านและการคืนเงิน เผยแพร่ 7 พฤศจิกายน 2564 — ใช้ประกอบการเห็นความต่างของคำอธิบาย ไม่ใช่คำวินิจฉัยกรณีเฉพาะ
กำลังจะวางเงินจองและยังรอผลสินเชื่อ?
ใช้รายการขายเพื่อคัดตัวเลือกเบื้องต้น แล้วให้ธนาคารตรวจความพร้อมสินเชื่อและผู้เชี่ยวชาญตรวจสัญญาก่อนจ่ายเงิน

